I like This guy, Kwon Jiyong

[สไตล์และเรื่องราว] เจ้าพ่อแฟชั่น จีดราก้อน :: กางเกงแดง สูทเขียว..
ทุกอย่างกลายเป็นเทรนด์ของเขา

เป็น เรื่องยากมากที่เราจะบรรยายจีดราก้อน(ควอนจียง 21 ปี) ได้ เขาเป็นลีดเดอร์ของกลุ่มศิลปินไอดอลจาก YG entertainment และเป็นที่รู้จักกันในนาม ‘perfectionist Ji-Yong’ หรือ ‘Jingyo’ ในหมู่แฟนๆ เขาไม่ได้เก่งแค่เพียงเขียนเนื้อเพลง แต่ยังรวมไปถึงการแต่งเพลง และเขายังเป็นแฟชั่นนิสต้าที่ใส่ทุกอย่าง ทั้งผ้าพันคอ แว่นกันแดด เขาสวมใส่มันเหมือนเป็นเทรนด์หลัก เขาสามารถเปลี่ยนทรงผมจากน่ารักๆ กลายเป็น ทรงโมฮอค สรุปได้ว่า เขาเป็นไอดอลที่มีพลังเยอะมาก แต่ก็เป็นนักดนตรีที่น่ารักมากด้วยเช่นกัน

จี ดราก้อนกลายเป็นสมาชิกของ ‘Little Rula’ เมื่อเขาอายุได้ 5 ขวบ (แม่ของเขาเป็นคนช่วยเหลือ) และเติบโตขึ้นเป็นแร๊พเปอร์เกรด 6 ในปี 2001 ด้วยสไตล์ฮิพฮอพ กางเกงโคร่งๆ และสวมหมวกเอียงๆ เขาถูกสังเกตเห็นจากยางฮยอนซอกแห่ง Seotaji and the Boys และกลายมาเป็นเด็กฝึกหัดในวายจีเอนเตอร์เทนเม้นต์ 6 ปีต่อมา เขาได้รับการฝึกและร้องเพลงเป็นพันๆ ครั้ง รวมถึงเรียนเต้นซ้ำไปซ้ำมา เห็นได้ชัดถึงเป้าหมายของเขา เป็นนักร้องเหมือน ‘JinuSean’ เมื่อผ่านพ้นก้าวสุดท้ายไปได้ ‘Big Bang Real Documentary’ ในปี 2006 จีดราก้อนสามารถเข้าร่วมใน ‘บิ๊กแบง’ ร่วมกับ แทยัง ท๊อป แดซอง และซึงรี ในปี 2006 บิ๊กแบงก็สามารถเดบิวต์ได้สำเร็จ และไม่ใช่เพียงแค่ 3 ปี พวกเขาเป็นไอดอลที่มชื่อเสียงมากที่สุดในเกาหลี จีดราก้อนเป็นที่รู้จักว่าเป็น’genius idol’ ในหมู่แฟนๆ เป็นเจ้าพ่อแฟชั่น และเจ้าพ่อเขียนเนื้อเพลงและแต่งเพลง ในรายการทางเคเบิลทีวีรายการหนึ่ง เขาถูกจัดอันดับให้เป็น ‘ศิลปินที่อยากเป็นเจ้าของมากที่สุด’ ความสามารถของจีดราก้อนพัฒนาได้อย่างไรกัน?

สไตล์ลิส ช่างทำผม ผู้จัดการ ช่างภาพ และผู้ออกแบบท่าเต้นพูดต่างพูดกันว่า เขาเกิดมาเพื่อจะเป็นศิลปินจริงๆ แต่เขาก็มีช่วงเวลาที่เป็นดอกไม้ตูมก่อนจะมาเป็นดอกไม้ที่บานเต็มที่

อะไรทำให้เด็กน้อยวัย 5 ขวบ ควอนจียงกลายมาเป็นที่สุดแห่งไอดอลสตาร์ จีดราก้อน สไตล์ของเขากำลังเปิดเผยแล้ว

"ในช่วงแรก เขาไปที่ Dong-Dae-Moon และ Yi-Tae-Won บ่อยๆ”
– สไตล์ลิสต์ Jieun (29)

เข้าทำงาน YG ในปี 2000 เป็นสไตล์ลิสต์ของ 1tym, Lexy และอื่นๆ และเป็นสไตลิสต์ของบิ๊กแบงตั้งแต่ปี 2006

" ตอนที่ฉันมาทำงานให้บิ๊กแบง ทางบริษัทอยากให้สมาชิกแต่ละคนเป็นที่จดจำได้แม้จะมองเห็นจากทีไกลๆ ภาพลักษณ์ที่คล้ายกันของสมาชิกเป็นเรื่องต้องห้าม สไตล์หลักๆ คือ ฮิพฮอพ คอนเซ็ปต์ทั้งหมดจะเป็นในแบบผู้ชายๆ ประกอบกับมีลุคของไอดอลนิดๆ และกลายเป็นเอกลักษณ์"

เรื่องอื่นๆ ที่ทางบริษัทต้องการคือความแตกต่างระหว่าง ‘ภาพลักษณ์ในทุกๆ วัน’ (ภาพลักษณ์ปกติ) และ ‘ภาพลักษณ์บนเวที’ ควรจะมีให้น้อยที่สุด เพราะถ้ามีช่องว่างของความแตกต่างมากๆ ผู้คนจะไม่คิดถึงพวกเขาในฐานะ ‘สไตล์ลิสต์’

เพราะพวกเขาใส่ใจในเรื่องแฟชั่นของทุกๆ การแสดง สมาชิกทุกคนจึงถูกจัดให้เป็นแฟชั่นนิสต้า โดยเฉพาะ จียงและแทยังเรียนรู้มาจาก JinuSean และ 1tym มากมาย ในขณะที่เป็นเด็กฝึกหัดในวายจีมาเป็นเวลา 6 ปี ในช่วงเริ่มต้น พวกเขาไม่ได้ถาม JinuSean และ 1tym ว่าซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับต่างๆ มากจากที่ไหน; พวกเขาไปที่ Dong-Dae-Moon และ Yi-Tae-Won ด้วยตัวเองเพื่อหาซื้อสิ่งเหล่านั้น เรื่องเล็กๆ เหล่านี้กลายเป็นบทเรียนที่สำคัญ จนกระทั่งตอนนี้ จียงก็โทรหาฉันตอนที่ซื้อเสื้อผ้าแล้วก็ถามว่าพวกนี้อยู่ในซีวั่นนี้รึเปล่า แฟนๆ บางคนอาจคิดว่าจียงเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม จียงในความคิดของฉันคือ ‘คนฉลาดที่พยายามอย่างมาก’ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องแฟชั่นหรือเพลง เขาได้ความสนใจในวงกว้าง และมีความแตกต่างจากธรรมดาเสมอ แม้แต่ตอนที่เขายุ่งมากๆ เขาก็ไม่เคยจะล้าหลังในการสะสมข้อมูลเรื่องแฟชั่นและเพลงในอินเตอร์เน็ตเลย บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมน้ำหนักเขาถึงไม่เคยเพิ่ม (ยิ้ม)

ตอน ที่ฉันออกแบบให้บิ๊กแบง ฉันไม่เคยให้พวกเขาใส่ชุดที่พวกคุณหาได้ง่ายๆ ในเกาหลี ก่อนที่การแสดงใหม่ของพวกเขาเริ่มต้นขึ้น ฉันจะซื้อของที่เป็นเอกลักษณ์จากต่างประเทศเสมอ อย่างไรก็ตาม ถ้าในตู้เสื้อผ้ามี 10 ตัว จะมีเพียง 2 ตัวเท่านั้นที่ซื้อมา ส่วนที่เหลืออีก 8 ตัว จะถูกออกแบบโดยทีมสไตลิสต์ สไตลิสต์ 4 คน รวมถึงฉัน ซื้อทุกอย่างจากผ้าจนถึงเครื่องประดับและนำมาออกแบบเอง

มีสมาชิกที่ ดูดีขึ้นตอนใส่ของพวกนั้นมากๆ และก็มีสมาชิกที่ดูดีขึ้นตอนใส่ของพวกนั้นน้อยๆ จียงเป็นคนหนึ่งที่มีมุมมองของแฟชั่นโตขึ้น เขาเป็นคนที่จะพูดว่า ‘ไม่’ เสมอกับสไตล์ที่แนะนำให้ ถ้ามีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน เขาสามารถหยิบกาเกงขาสั้นที่ไม่เหมือนใคร กาเกงแดงและสูทเขียวมาใส่ เพราะความสามารถรอบด้าน จึงเป็นเรื่องปกติที่เค้าจะใส่ ‘สิ่งของแปลกๆ’ ในเรื่องของรูปร่าง เขาเป็นคนที่ค่อนข้างผอม และไม่สูงมากนัก อย่างไรก็ตาม เพราะเขาเป็นคนไหล่กว้างและแขนขายาวก็เลยใส่อะไรก็ได้ เขายังมีโครงร่างที่เล็กอีกด้วยดังนั้นก็เลยสมารถใส่เสื้อผ้าผู้หญิงได้

จี ยงเกิดมาพร้อมกับผิวที่สวยอย่างเหลือเชื่อ เมคอัพทุกคนต่างตกใจตอนเห็นผิวของเขา จียงมีผิวหน้าที่สวย และเมื่อมองดูดีๆ; เขาไม่ต้องการดูแลเรื่องความงามมากนัก ขอบคุณที่เขาใช้โลชั่นที่ฉันแนะนำตั้งแต่แต่เดบิวต์

บางคนถามฉันว่า ‘จียงกลายมาเป็นเจ้าพ่อแฟชั่นอย่างทุกวันนี้ได้ยังไง?’ มีคนบางคนที่แค่ใส่เสื้อผ้าที่หามาให้ แต่มีบางคนที่เข้าใจคอนเซ็ปต์ของเสื้อผ้าและทำให้เป็นของตัวเอง จียงเป็นอย่างหลัง เขาเข้าใจเสื้อผ้าเป็นอย่างดี พร้อมกับการวางตัวที่เหมาะสม ความสามารถในการแสดงรอบด้าน ทั้งหมดนั่นเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้เขากลายมาเป็นเจ้าพ่อแฟขั่นใน ปัจจุบัน"

"ลีดเดอร์ผู้มุ่งมั่นที่สามารถวางตัวได้แค่เพียงเฉยชา"
– ผู้จัดการ Kim Nam Gook (28)

เป็น ผู้จัดการของ Gu Hye-Seon และ Se7en มาก่อน และมาเป็นผู้จัดการของบิ๊กแบงตั้งแต่ปี 2007 หลังจากนั้น 3 เดือน กลายมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของจียง

"ฉันมีความทรงจำส่วนตัวเกี่ยวกับ จียง เมื่อไม่นานมานี้ ฉันลาออกเนื่องจากเหตุผลส่วนตัว ฉันบอกกับบริษัทและมันก็ถูกยอมรับ จียงทำงานอยู่ในญี่ปุ่นและโทรมาหาฉันอย่างรวดเร็วตอนที่กลับมาเกาหลี เขาพูดว่า ‘คุณทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ คุณลาออกไม่ได้นะ’ โดยไม่ฟังเหตุผลฉันเลยแล้วก็วางหูไป ตอนแรกฉันก็ตกใจ แต่ฉันก็เข้าใจว่านั่นคงเป็นวิธีที่เขาแสดงถึงความรักที่เขามี จากนี้ไปฉันก็ ‘ไม่ลาออกอีก’ และทำงานต่อไป (ยิ้ม)"

หลายๆ คนบอกว่าเขาเป็นคนที่ ‘เฉยชา’ มันเป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเอง เพราะเขาคิดกับตัวเองเสมอว่าเขาเป็นลีดเดอร์ของทีมและไม่เคยลืมว่ามีสิ่งที่ ต้องรับผิดชอบอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อบิ๊กแบงมีการแสดงบนเวที มีสมาชิก 5คน สไตลิสต์ 4 คน และทีมผู้จัดการจะต้องมาพร้อมกัน ในเวลานี้ จียงเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ ดังนั้นเขาจึงต้องทำงานอย่างเข้มแข็งและคิดอย่างหลักแหลม อย่างไรก็ตาม ในทุกๆวัน เขายิ้มบ่อยมาก ชอบกินอาหารอร่อยๆ และสนใจเรื่องแฟชั่นมากๆ เหมือนเป็นสิ่งที่มองหาในช่วงอายุ 20 ปี"

"เคยเต้นแรงๆ จนกางเกงขาดหลายครั้ง"
– ผู้ออกแบบท่าเต้น Lee Jae Wook (31)

อยู่ในวายจีในปี 1990 และอยู่ทีมเต้นของ JinuSean, 1tym และ Se7en กลายเป็นคนออกแบบท่าเต้นตั้งแต่ปี 2005

" จียงเกิดมาเพื่อเป็นนักเต้น เขารู้สึกที่จังหวะได้ มีเซ้นส์ของแนวการเต้น เรียนรู้อย่างรวดเร็ว และรู้จักวิธีที่จะเข้าถึงทักษะการเรียนรู้ ก่อนที่บิ๊กแบงจะเดบิวต์ ตอนที่ผมเห็นเหล่าสมาชิกครั้งแรก ผมคิดว่าท่าทางการเต้นของเขาดีที่สุด แม้ว่าที่หนึ่งคือแทยัง(เนื่องจากจียงต้องดูแลเรื่องเขียนเพลงและทำเพลง) เขายังก็ยังเสนอไอเดียที่ดีที่สุดสำหรับการเต้น ท่าเต้นในเพลง ‘Sunset Glow’ และ ‘Last Farewell’ ถูกเสนอโดยความคิดขอจียง จียงและแทยังเต้นกันแรงๆ ไม่ว่าเมื่อไหร่ถ้าพวกเขาใส่ชุดแน่นๆ กางเกงของเขาก็จะขาดทุกที

ก่อนเดบิวต์ พวกเขาเคยฝึกซ้อมมากว่า 14 ชั่วโมงต่อวัน เห็นได้จากใน documentary เมื่อออกแบบท่าเต้นเสร็จ จะเป็นจียงที่ปรับให้เข้ากับสมาชิกแต่ละคน จนกระทั่งตอนนี้ จนกระทั่งสิ้นสุดเรื่องนี้และต่อไปเรื่อยๆ จียงจะเป็นคนตกลงกับเหล่าสมาชิก"

"แรงบันดาลใจทรงโมฮอคเป็นความคิดของจียง"
– ช่างออกแบบทรงผม Kim Tae Hyun (38)

เป็นช่างออกแบบทรงผมของจียงตั้งแต่เป็นเด็กฝึกหัด

" ช่วงเวลาที่มีการแสดง เขาจะไปร้านทำผมเกือบทุกวัน แม้กระทั่งช่วงที่สมาชิกเปลี่ยนทรงผมบ่อยๆ พวกเขาจะได้การดูแลผมทุกครั้ง ดังนั้นผมของพวกเค้าจึงมีสุขภาพดี จียงมีผิวที่ดีที่สุดเหมือนผิวของเด็ก เขาไม่ค่อยแต่งหน้า อย่างน้อยก็แค่ตอนออกทีวี

สไตล์ของสมาชิกทั้ง5 ไม่สามารถเป็นเหมือนกันได้ คนหนึ่งจะไม่ดูโดดเด่นกว่าคนอื่น สีผมของทุกคนต้องไปด้วยกันให้ได้… ยิ่งสมาชิกเป็นต้นแบบแฟชั่นมากเท่าไหร่ ฉันก็ต้องเอาใจใส่และเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

เมื่อชื่อเพลงถูกกกำหนด สไตลิสต์จะเป็นคนกำหนดคอนเซ็ปต์ของสไตล์ทั้งหมด และฉันจะออกแบบทรงผม จียง ฃชอบที่จะเปลี่ยนตัวเองบ่อยๆ

ทรง ‘duck’ (ทรงที่ใช้ในการแสดงเพลง Lies) ถูกออกแบบให้เข้ากับความยาวของผมของเขา ผมของเขาสั้นเกินไปที่จะม้วนขึ้น แต่จียงก็ต้องการมันมากๆ ทรงโมฮอคถูกกำหนดเพราะเสื้อผ้าที่ใส่ดูธรรมดาเกินไป แม้แต่ย้อนกลับไปในปี 2001 (ตอนที่จียงมาหาเขาเพื่อให้ออกแบบทรงผม) เขาต้องการที่จะแตกต่างจากทุกคน

จียงดูน่ารักๆ กับทรงผมทรง ‘duck’ พอเขาไว้ทรงโมฮอค ท่าทางของเขาก็เลยดูแข็งแรงขึ้น เกือบ 10 ปีมาแล้วตั้งแต่เรารู้จักกัน (คิมเรียกเหล่าสมาชิกว่า ‘เด็กน้อย’) อย่างไรก็ตาม ทุกๆ ครั้งที่เขาอยู่หน้ากล้อง เขาทำให้ฉันตกใจมาก จียงรู้วิธีพรีเซ็นต์ทั้งเสื้อผ้าและทรงผม และแสดงออกด้วยใบหน้าและท่าทาง คุณจะไม่รักคนแบบนี้ได้ยังไงกัน

เขาเป็นผู้ชายที่อบอุ่นและรู้จักที่จะปฏิบัติต่อคนอื่นเป็นอย่างดี เขาเป็นคนๆ นึงที่คอยเลื่อนอาหารให้ฉันเวลาที่ฉันหยิบไม่ถึง"

"สามารถเปลี่ยนอารมณ์ให้เข้ากับเสื้อผ้าที่ใส่เพียงแค่เสี้ยงวินาที"
– ช่างภาพ Lee Jung Woon (29)

เข้ามาในวายจีในปี 2004 เป็นช่างภาพให้กับ Se7en ทำงานต่างๆ ร่วมกับบิ๊กแบงเมื่อเร็วๆ นี้

" ในปี 2004 เป็นครั้งแรกที่ผมถ่ายภาพให้จียง เขาดูค่อนช้างจะคล่องแคล่วกว่าคนอื่นๆ เขาเอาของเล็กๆ น้อยๆ มาถ่ายรูปด้วย ผมคิดว่าเขาทำมากไปหน่อยแต่ผลออกมาก็ดูดีทีเดียว

จียงมีใบหน้าด้าน หน้าที่ดูดี ดูแข็งแรง อารมณ์ต่างๆ สามารถสื่อออกมาโดยการถ่านรูปจากด้านหน้า; และส่วนมากผมก็ทำแบบนั้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเห็น ผมรู้สึกได้ถึงความเข้มแข็งและความั่นใจผ่านเลนส์ของกล้อง ลุคนั้นตอนนี้ก็ยังคงอยู่ แม้ว่าความรู้สึกจะเปลี่ยนแปลงไป

ก่อนหน้า นี้ เขาเคยโพสต์กับสิ่งๆ ต่าง ที่เขาสวมใส่ ตอนนี้ ถ้าไม่นึกถึงว่าเขาใส่อะไรอยู่ เขารู้จักวิธีที่จะแสดงความรู้สึกอย่างเป็นอิสระ ตัวอย่างเช่น ถ้าเขารอสูทดำและสูทสีๆ ส่งมาแทน เขาก็ไม่ได้สูญเสียความเท่ห์ของเขาไป จียงเพียงแค่เปลี่ยนรองเท้าให้เข้ากับสูท และเปลี่ยนทรงผมตามสูทนั้นๆ ไหวพริบไม่ได้ถูกนำเสนอออกมาง่ายๆ ถ้าไม่มีความเข้มแข็งและความมั่นใจ ความเป็นมืออาชีพและความตั้งใจของเขา ความปราถนา(อยากให้ดีขึ้น)ของเขามีมาก บางครั้ง พอผมถ่ายรูปเสร็จ เขาอยากให้ผมถ่ายรูปให้โดยใช้ไอเดียของเขา บางที ผมก็ต้องควบคุมเขาในฐานะของช่างภาพ (ยิ้ม)"

งานของจียง

จี ดราก้อนเป็นที่จดจำกันว่าเป็นนังแต่งเพลงที่ประสบความสำเร็จด้วยเพลงดังๆ อย่าง ‘Lies’ และ ‘Last Farewell’ โดยเฉพาะ ‘Lie’ ที่จริงๆ แล้วเป็นเพลงในโซโล่ของเขา แต่ถูกเลือกเข้ามาเป็นเพลงโปรโมตมินิอัลบั้มแรกของบิ๊กแบง ‘Always’ เขาเป็นส่วนหนึ่งในการเขียนเนื้อเพลงและแต่งเพลงเกือบทุกเพลงของบิ๊กแบงที่ ปล่อยออกมา ตามที่ Korea Music Copyright Associatoin ระบุไว้ มีทั้งหมด 52 เพลง (รวมไปถึงเพลงรีมิกซ์) ที่มีชื่อของเขาอยู่ในนั้น ต่อไปเป็นรายชื่อเพลงหลักๆ ที่จีดราก้อนแต่งให้กับบิ๊กแบง

– This Love (2006): composed by G-Dragon, arranged by G-Dragon (sampled Maroon5’s This Love)
– Shake it (2006): composed by G-Dragon & Brave Brothers, lyric making by G-Dragon, arranged by Brave Brothers
– Lie (2007): composed by G-Dragon, lyric making by G-Dragon, arranged by Brave Brothers
– Last Farewell (2007): composed by G-Dragon & Brave Brothers, lyric making by G-Dragon, arranged by Brave Brothers
– Haru Haru (2008): composed by G-Dragon & Daishi Dance, lyric making by G-Dragon, arranged by Daishi Dance
– Look at me Gwisoon (2008): Dae Sung’s solo song. composed by G-Dragon & Kush, lyric making by G-Dragon, arranged by Kim Jung Mook
– Big Hit (2009): Dae Sung’s solo song. composed by G-Dragon, lyric making by G-Dragon, arranged by Kim Jung Mook

Credit: English translated by 코코마탑횽 @ bbvipz
tiptop.mireene.com

Thai Translated by: Fiilm@mandu

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to I like This guy, Kwon Jiyong

  1. Linda says:

    cool love seung ri

  2. wilawan says:

    น้องจียงเก่งจังเลยๆๆๆๆ แปะๆๆๆๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s