เรื่องเล่าของวันศุกร์ (เนื่องในวันเกิด)

      วัีนศุกร์ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดพี่ที่ทำงาน กับวันเกิดเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน  เพื่อนๆก็ชวนกันไปทานข้าว ร้องเกะฉลองวันเกิดให้
      ตอนแรกก็ว่าไม่ไปอยู่แล้ว ตอนเย็นยิ่งยุ่งๆอยู่ แต่ดันไปเล่าให้ที่แม่ฟังว่าที่ทำงานเลื้ยงวันเกิดพี่ใหญ่ของบริษัทซะได้ เลยโดนไล่ให้ไปร่วมงานเลย แอบเซ็งอยู่หลายวันเหมือนกัน ตารางเวลาที่วางไว้วันศุกร์นี่เลื่อนหมดเลยอะ  แต่คิดๆไป เห็นว่าร้านอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานเท่าไร ถ้าไปทานข้าว เป่าเค้กแล้วชิ่งกลับเลยก็คงไม่เป็นไร… แต่ที่ไหนได้ ร้่านอยู่ไกลอ่ะ ทางคดเคี้ยวซะจนจำทางกลับไม่ได้ อนึ่งเพราะเมารถด้วยแหละ

      ร้านอาหารตกแต่งร้านสวยดี ดูมีสไตล์ แต่ห้องที่จองไว้ ค่อนข้างคับแคบไปหน่อย แทบจะหาทางเดินไม่ได้ คาราโอเกะรู้สึกว่าจะมีแต่เพลงไทยทั้งนั้น เค้าเปิดๆมานี่ร้องแทบจะไม่ได้เลย  มันก็ช่วยไม่ได้อะ่นะ สองปีหลังนี่ฟังแต่เพลงเกาหลีทั้งนั้น ร้องเพลงไทยใหม่ๆได้ก็แปลกแล้วละ แต่ิอันนั้นำไม่ใช่ประเด็นหลักของเรา เพราะเราไม่ได้มาร้องเกะซะหน่อย เราไปเพราะอาหารต่างหาก…
      อืม! รสชาติก็โอเคเลยนะ อร่อยดี เมนูแปลกดี ส่วนใหญ่เพราะเป็นอาหารที่เราสั่งเองทั้งนั้น มันก็เลยอร่อยรึเปล่าหว่า??  แต่ก็ช่วยไม่ได้อะนะ ก็คนมันหิวอ่ะ  เพราะเมารถเลยทำให้ท้องมันทำงานเร็วกว่าปกตินะ   ก็ดันไปถึงเร็วด้วย แล้วพวกที่มีชุดแรกก็ยังไม่มีใครสั่งอาหารหลักซะที เราจะทำไงได้ ก็เลยต้องสั่งไปแค่สิบกว่าที่เอง ^-^ อิ่มอร่อยอย่างรวดเร็ว      
      ผ่านไปสองชั่วโมงกว่าๆ อาหารก็เริ่้มจะหมด ท้องก็เริ่มอิ่ม แล้วก็เริ่่มง่วง ตามสเต็ปเด็กอนามัยเลย HaHaHa แต่ก็ยังรอเค้กอยู่ เริ่มรอตั้งแต่ สองทุ่ม ได้แต่เฝ้าภาวนาให้มันจุดเค้กกันเร็วๆ จะไ้ด้กลับๆซะที และแล้วหลังจากรอแล้วรอเล่า จนจะหลับไปหลายครั้ง ก็เริ่มมีส่งซิกจุดเค้กกันแล้ว ในใจก็คิด ‘กว่้าจะมีได้ ให้รออยู่ได้ตั้งสองชั่วโมงกว่า ฉันอยากกลับบ๊านนนนนนนน’
      ดีที่วันจันทร์หยุด ไม่งั้นคงเซ็งแย่

      เราล่ะสงสัยมานานแล้วว่า จุดประสงค์ของงานเลิ้ยงวันเกิด คืออะไรกันแน่ วันเกิด… ไม่ใช่วันที่มีไว้สำหรับตัวเราไม่ใช่เหรอ น่าจะ่เป็นวันที่เราควรจะขอบคุณแม่ที่ให้กำเนิดเรามามากกว่า ถ้าจะเลิ้ยงฉลอง ก็ไปเลี้ยงขอบคุณพ่อแม่ดีกว่ามั้ง ไปขอบคุณเลยสำหรับชีวิตที่ได้มาเนี่ืย ถ้าพ่อแม่ทำแท้งแต่แรก เราก็คงไม่มีโอกาสมาลั่นล้นบนโลกหรอก….. คงไม่คิดว่าตัวเองเกิดจากกระบอกไม้ไผ่ หรือผุดขึ้นมาจากพื้นโลกหรอกนะ ใช่มั๊ย?
      อ้อ เีรื่องของขวัญด้วย ทำไมต้องให้ของขวัญกันด้วยนะ ไม่เข้าใจ  แต่ที่รู้ๆคือ คนส่วนใหญ่ชอบได้ของขวัญกัน โดนเฉพาะของที่ได้มาฟรี
แต่ทำไมคนให้จะต้อง surprise ด้วยอะ สงสัย…จะพยายาม surprise กันไปถึงไหน… คิดว่าเจ้าของวันเกิดเค้าจะไม่้รู้กันรึไง จะจุดเค้กก็จุดไปเลยสิ ทำไมต้องมาทำตัวลับๆล่อๆอยู่นั่นแหละ  จะทำทำไมให้เสียเวลาเปล่าๆเนี่ย  น่าจะเอาเวลาไปทำอย่้างอื่นที่ดีกว่านี้อะนะ
      **ไม่รู้วันเกิดพ่อวันเกิดแม่ วันเกิดญาติตัีวเอง ทำอย่างนี้กันบ้างมั๊ย**
      เคยคิดอยู่หลายครั้งแล้ว ตอนไปหาซื้อของขวัญ คนมักจะ็บ่นกัน ไม่รู้จะซื้ออะไรให้… มานั่งเดาของขวัญที่เจ้าของวันเกิดจะอยากได้กันเนี่ยนะ  คิดหรือว่้าถ้าของที่เจ้าตัวได้ไปเป็นของที่ไม่อยากได้ แล้วเจ้าตัวจะบอกมาตรงๆว่าๆไม่อยากได้ออกมาตรงๆอะ…. จริงๆ ถ้าไม่รู้ว่้าเจ้าตัวอยากได้อะไีร ก็ไปถามสิ  สะดวกกว่าตั้งเยอะ ไม่ต้องเสียเวลาไปคาดเดาหรือไปเดินหาของขวัญให้เสียเวลาเปล่า
      เราไม่ค่อยชินกับธรรมเนียมปฏิบัติแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วละ โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องเสียเวลาโดยใช่เหตุ แตไม่ได้หมายความว่าเราจะมองพวกเทศกาล ประเพณีเป็นเรื่องไร้สาระทั้งหมดหรอกนะ มีก็ดี บางอย่้างก็เหมือนได้คลายความเครียดลง

      ก็่อย่างว่้าแหละ ต่างคนต่างความคิด
      จะว่าไป บางครั้งความคิดของเราก็แปลกเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะยังอ่อนประสบการณ์ละมั้ง ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้เรียนรู้ โดยเฉพาะเีิรื่องของคน ถึงแม้จะไม่อยากเรียนรู้แต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่้ดี      

      

This entry was posted in General. Bookmark the permalink.

2 Responses to เรื่องเล่าของวันศุกร์ (เนื่องในวันเกิด)

  1. wilawan says:

    ความจริงเรื่องของขวัญวันเกิด นี่ฮวงก็เห็นด้วยนะ คือฮวงว่า ไม่ต้องให้หรอก ลำบากคนซื้อให้ แล้วพอวันเกิดเค้าเราก็ลำบากไปหาซื้ออีก ไม่ต้องให้ทั้งคู่ เจ๊าๆกันไป 

  2. Hypersonix says:

    ชอบตรงที่บ่นว่า "เราล่ะสงสัยมานานแล้วว่า จุดประสงค์ของงานเลิ้ยงวันเกิด คืออะไรกันแน่ วันเกิด… ไม่ใช่วันที่มีไว้สำหรับตัวเราไม่ใช่เหรอ น่าจะ่เป็นวันที่เราควรจะขอบคุณแม่ที่ให้กำเนิดเรามา…"
     
    ถูกต้องมากที่สุด…
     
    งานวันเกิดยิ่งใหญ่ใครคนนั้นฉลองกันในกลุ่มผู้ลุ่มหลงหลงลาภยศสรรเสริญเพลินทะนงวันเกิดส่งชีพสั้นเร่งวันตาย
    อีกมุมหนึ่งซึ่งเหงาน่าเศร้าแท้หญิงแก่แก่นั่งหงอยและคอยหายโอ้วันนี้ในวันอันตรายแม่คลอดสายโลหิตแทบปลิดชนม์
    วันเกิดลูกเกือบคล้ายวันตายแม่เจ็บท้องแท้เท่าไรก็ไม่บ่นกว่าอุ้มท้องกว่าคลอดรอดเป็นคนเติบโตจนบัดนี้นี่เพราะใคร
    แม่เจ็บเจียนขาดใจในวันนั้นกลับเป็นวันลูกฉลองกันผ่องใสได้ชีวิตแล้วก็เหลิงระเริงใจลืมผู้ให้ชีวิตอนิจจา
    ไฉนเราเรียกกันว่าวันเกิดวันผู้ให้กำเนิดจะถูกกว่าคำอวยพรที่ให้ควรเปลี่ยนมาให้มารดาคุณเป็นสุขจึงถูกแท้
    เลิกจัดงานวันเกิดกันเถิดนะแต่ควรจะคุกเข่ากราบเท้าแม่รำรึกถึงพระคุณอบอุ่นแดอย่ามัวแต่จัดงานประจานตัว
    __________________
    ให้ลูกๆทุกคน 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s